สีเดลต้า เปิดตัว ท็อปเทค ไพรเมอร์ “สูตรน้ำ” เป็นเจ้าแรก ตอกย้ำเบอร์หนึ่ง “สีรองพื้นทาบ้าน” ตั้งเป้ากวาดรายได้รวมกว่า 1,000 ล้านบาท


สีเดลต้า เปิดตัวสีรองพื้นปูนใหม่ สูตรพิเศษ ทาบ้าน “ท็อปเทค ไพรเมอร์” นวัตกรรมสูตรน้ำ แบรนด์แรกในไทย ชูคุณสมบัติโดดเด่นเหนือคู่แข่ง ลดเวลาการทำงานได้มากกว่า 90% ทาทับได้ทันทีหลังฉาบปูน 3 วัน, ทนสภาวะด่างและเกลือ, ฟิลม์สีหายใจได้และกันความชื้นสูง ทำให้สีทับหน้าคงทนสวยงาม ไม่ซีดจาง สีไม่พอง ลอกล่อน ด้วยสูตรน้ำ โลว์วีโอซี [LOW V.O.C] ใส่ใจสุขภาพและรักษ์โลก เตรียมทุ่มทุนอีกกว่า 200 ล้านบาท จัดตั้งโรงงานผลิตสี เพิ่ม 1 แห่ง ผลิตสีด้วยเทคโนโลยีในสูญญากาศ  ณ นิคมลาดกระบัง ตั้งเป้าปีนี้ กวาดรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท

นายอรรถพล ตั้งคารวคุณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท สีเดลต้า จำกัด เปิดเผยว่า ในการรุกตลาดปีนี้ จะเจาะกลุ่มลูกค้าระดับพรี่เมียมที่เป็นคนรุ่นใหม่ ผู้รักสุขภาพและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมสี “สีรองพื้น” และ “สีทาบ้าน”  ที่สืบทอดมายาวนานกว่า 35 ปี โดยเฉพาะความเป็นผู้นำตลาด “สีรองพื้นทาบ้าน” ซึ่งในไตรมาส 2 นี้ จะรุกตลาดด้วยการเปิดตัว “ท็อปเทค ไพรเมอร์” [TOPTECH PRIMER] สีรองพื้นทาบ้าน “สูตรน้ำ” นวัตกรรมใหม่ล่าสุด ภายใต้สโลแกน “สีรองพื้นตัวท็อป ต้องท็อปเทค” [TOPTECH] เป็นแบรนด์แรกในประเทศไทย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและรองรับการเติบโตของตลาด ทั้งนี้ ในการรุกตลาดปี 2557 สีเดลต้า จะใช้งบส่งเสริมการตลาด ประมาณ 40-50 ล้านบาท โดยตั้งเป้ารายได้รวมไว้ที่ 1,000 ล้านบาท ซึ่งเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 20%  

สีรองพื้น “ท็อปเทค ไพรเมอร์” [TOPTECH PRIMER] ภายใต้แบรนด์ “เดลต้า” ถือว่าเป็นสีรองพื้นปูนสด กันด่าง “สูตรน้ำ” แบรนด์แรกในประเทศไทยที่มีคุณภาพสูง ผลิตจากเรซินชนิดพิเศษ นำเข้าจาก ประเทศ สหรัฐอเมริกา สามารถทาทับปูนสดได้หลังจากฉาบปูนเพียง 3 วัน โดยสีรองพื้น “ท็อปเทค ไพรเมอร์” มีคุณสมบัติป้องกันปัญหาด่างและคราบเกลือจากปูน หรือ คอนกรีต อีกทั้ง ฟิล์มสียังทนต่อสภาพอากาศทุกฤดูกาล แม้แต่พื้นที่ติดชายฝั่งทะเล ช่วยให้สีทาทับมีความสวยงามคงทน ไม่ซีด ไม่พอง ไม่ลอกล่อน และไม่เกิดคราบเกลือ สามารถใช้ทาได้ทั้งภายนอกและภายในอาคาร ซึ่งดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ด้วยสูตรน้ำ “โลว์วีโอซี” [LOW V.O.C]  ทั้งนี้ สีรองพื้น “ท็อปเทค ไพรเมอร์” มี 2 ขนาดให้เลือก คือ ขนาด 5 US Gallon และ 1 US Gallon  ราคาจำหน่าย อยู่ระหว่าง  1,500 – 2,000 บาท มีวางจำหน่ายที่ ร้านค้าเทรดดิชั่นแนล และ โมเดิรน์เทรด อาทิ โฮมโปร, โฮมเวิร์ค เป็นต้น  รวมไปถึง ร้านตัวแทนจำหน่ายวัสดุก่อสร้างระดับชั้นนำทั่วประเทศ

สีรองพื้น “ท็อปเทค ไพรเมอร์” รุ่นใหม่ เป็นสูตรน้ำ ที่ใส่ใจต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากเป็นสูตร โลว์วีโอซี [LOW V.O.C] หรือ Volatile Organic Compounds ซึ่งจะมีสาร “วีโอซี” ต่ำ ไม่มีกลิ่มฉุนที่ระคายเคืองต่อระบบการหายใจ จึงช่วยลดการเข้าสู่ร่างกายทั้ง ผ่านการหายใจ การดื่มกิน และการสัมผัส โดยลดการสะสม วีโอซี ในชั้นบรรยากาศของโลก ที่ส่งผลกระทบต่อสภาวะโลกร้อนอีกด้วย ในส่วนของความคุ้มค่า สีรองพื้น “ท็อปเทค ไพรเมอร์”  ขนาดบรรจุ 5 US Gallon สามาถใช้ทาคลุมพื้นที่ผิวเรียบได้มากถึง 30-35 ตารางเมตร ทำให้ทั้งสะดวกและรวดเร็วกับงานที่เร่งรีบที่ต้องการคุณภาพสูง โดย    “ท็อปเทค ไพรเมอร์” มีอัตราการแห้งเร็ว ภายใน 30 นาที  ด้วยคุณสมบัติเป็นฟิลม์สีที่เนียนเรียบ จึงสามารถทาโดยใช้แปรง ลูกกลิ้ง หรือพ่น ทุกรูปแบบ  

นายอรรถพลกล่าวและเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบันตลาดสีมีมูลค่ารวมกว่า 15,500 ล้านบาท โดยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2557 ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีอัตราการเติบโตลดลงมาประมาณ 5-10% ทั้งนี้ อัตราการเติบโตจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง น่าจะเห็นได้ชัดเจนในช่วงไตรมาสที่อย่างไรก็ตาม  “สีเดลต้า”  มีแผนที่จะเปิดตัวสีนวัตกรรมใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกหลาย        ไอเท็ม เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่มีความหลากหลาย ยิ่งไปกว่านั้นจะตั้งโรงงานผลิตสีแห่งใหม่ในย่านลาดกระบัง ซึ่งจะผลิตสีด้วยเทคโนโลยีแบบสูญญากาศ (Vacuum Paint Technology) ด้วยงบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตสีและรองรับความต้องการของลูกค้า ทั้งในประเทศ ตลาดส่งออก และตลาดเออีซี  ทั้งนี้ ในการรุกตลาด จะเน้นใช้กลยุทธ์ซีอาร์เอ็ม ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในรูปแบบบีโลว์เดอะไลน์ รวมไปถึงการใช้สื่อออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่

สำหรับปี 2557 ถือเป็นปีพิสูจน์ความสามารถของผู้ประกอบการต่างๆ เนื่องจากมีปัจจัยลบในด้านเศรษฐกิจและการเมือง โดยภาคธุรกิจที่มีการวางแผนและทำตลาดอย่างต่อเนื่อง อาจได้รับผลกระทบไม่มากนัก ในส่วนของ “สีเดลต้า” มีความมั่นใจว่าจุดแข็งของแบรนด์ ที่ลูกค้าให้การยอมรับมาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 35 ปี ด้วยการประกอบธุรกิจและบริหารงานแบบมืออาชีพ และพยายามพัฒนาคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ มาให้กับผู้บริโภคอย่างสม่ำเสมอ จะเป็นแรงผลักดันให้ “สีเดลต้า” ประสบความสำเร็จในการทำตลาดได้เป็นอย่างดี ด้านผลประกอบการในปีที่ผ่านมา  “สีเดลต้า” มียอดขายรวมอยู่ที่ 800 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายโครงการ 30%  ยอดขายผ่านร้านค้า เทรดดิชั่นแนล และ โมเดิร์นเทรด 70%  โดยในปี 2557 นี้ สีเดลต้า ได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 1,000 ล้านบาท และเติบโต  20% นายอรรถพลกล่าวสรุปในที่สุด

Comments