15 ปี SVN ประกาศทำงานเชิงรุก ร่วมแก้ไขปัญหาสังคม จุดประกายภาคธุรกิจ รับผิดชอบต่อสังคม ร่วมต้านปัญหาคอร์รัปชั่น


นายวีระเดช  สมบูรณ์เวชชการ ประธานเครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Social venture Network (Asia) Thailand) หรือ SVN กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานของเครือข่ายฯ ในโอกาสก้าวย่างขึ้นสู่ปีที่ 15 ว่า นับจากนี้ไป เครือข่าย SVN จะมีการทำงานเชิงรุกเพื่อร่วมแก้ไขปัญหาสังคม และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ 
เครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2540 โดยเป็นการรวมตัวกันของนักธุรกิจที่มีแนวทางในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม  ซึ่งในอดีตที่ผ่านมากิจกรรมหลักของเครือข่ายจะมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สถานการณ์เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ผ่านการประชุม การจัดเวทีสัมมนา การลงพื้นที่เยี่ยมชมกิจการต่างๆ อย่างไรก็ตามหลายปีมานี้เครือข่าย  SVN  ได้เข้าไปร่วมอยู่ในภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนสังคมหลายภาคี รวมถึงเป็นหนึ่งในภาคีเครือข่ายขององค์การต่อต้านคอร์รัปชั่น ในการประชุมคณะกรรมการเครือข่ายฯ หลายครั้งที่ผ่านมาได้มีการทบทวนการทำงานของเครือข่าย ซึ่งคณะกรรมการฯ ต่างเห็นพ้อง และมีมติที่จะปรับการทำงานของเครือข่ายฯ ให้มีการทำงานเชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาคอรัปชั่น

นายวีระเดช กล่าวว่า ปัจจุบันถ้าเราต้องการให้ประเทศมีความเจริญก้าวหน้า ในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจ เราควรทำหน้าที่ในฐานะพลเมืองของสังคมไปพร้อมๆกันด้วย  คือเราไม่ควรนิ่งดูดาย กับปัญหาของสังคม  โดยเฉพาะปัญหาคอร์รัปชั่น ซึ่งจากนี้ไปเครือข่าย SVN จะมีการทำงานเชิงรุก โดยจะมีส่วนร่วมเผยแพร่หรือชักจูงให้แก่องค์กรอื่นๆได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมในเรื่องนี้มากขึ้น คือองค์กรที่ทำ CSR ควรนำเรื่องของปัญหาคอร์รัปชั่นเป็นหนึ่งในประเด็นความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร ที่นอกเหนือความรับผิดชอบต่อสังคมในกระบวนการดำเนินธุรกิจ ควบคู่ไปกับการดูแลสินค้าให้มีคุณภาพดี พนักงานมีความสุขในการทำงาน การดูแลสิ่งแวดล้อม องค์กรก็ควรจะมีการรณรงค์เพื่อร่วมลดผลกระทบจากปัญหาคอรัปชั่นด้วย คือผู้ประกอบการต้องไม่ถือว่าการจ่ายเงินใต้โต๊ะเป็นสิ่งที่ดีหรือยอมรับได้

เพื่อแสดงถึงจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องการรณรงค์ต่อต้านปัญหาคอรัปชั่น ในการมอบรางวัล SVN Awards ประจำปี 2555 ที่จัดขึ้น ที่สยามสมาคม เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2556 โดยมีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน  นายวีระเดชในฐานะประธานเครือข่ายนักธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ได้ประกาศย้ำเจตนารมย์ในเรื่องนี้  รวมถึงเปิดโอกาสให้องค์กรการต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ได้เล่าถึงการดำเนินงาน แผนงานการรณรงค์เรื่องนี้ให้คณะกรรมการที่มาประชุมด้วย นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัล  เชิดชูเกียรติให้กับองค์กรการต่อต้านคอร์รัปชั่น โดยในคำประกาศรางวัล มีการแสดงความชื่นชมการทำงานขององค์กรการต่อต้านคอร์รัปชั่นว่าเป็นความหวังหนึ่งของสังคมไทย
ในการมอบรางวัล  SVN Award ประจำปี 2555 มีจำนวนรางวัลทั้งสิ้น 15 รางวัล  มีผู้ประกอบการได้รับรางวัลทั้งหมด 10 รางวัล รวมทั้งอีก 3 รางวัลในภาคสังคม อีก 1 รางวัลในเรื่องของเยาวชน
สำหรับรางวัล SVN Awards ปี 2555  รางวัลประเภทธุรกิจดีเด่น มีองค์กรที่ได้รับรางวัลจำนวน 10 องค์กรได้แก่ 1.บริษัท สวนเงินมีมา จำกัด  2.บริษัท วาย น้อต โซเชียล เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด 3.สวนนายดำ  4.บริษัท สยามแฮนดส จำกัด (เสื้อแตงโม)  5.บริษัท ป่าใหญ่ครีเอชั่น จำกัด 6.บริษัท อี-เอสเทอร์ (กรุงเทพ) จำกัด 7.บริษัท วันเดอร์เวิร์ล โปรดัคส์ จำกัด 8.บริษัท ซองเดอร์ ไทยออร์กานิคฟู้ด จำกัด 9.โรงแรมพระนครนอนเล่น และ 10.บริษัท แดรี่โฮม จำกัด

ทางด้านรางวัล SVN Awards ภาคสังคม ในปีนี้มี 3 องค์กรที่ได้รับรางวัลคือ 1.มูลนิธิข้าวขวัญ ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจและเสียสละ เผยแพร่ความรู้และปรัชญา นำพาชาวนาและเกษตรกรให้อยู่รอดได้ด้วยหลักการเรียนรู้และเข้าใจในการพึ่งพาตนเองให้ได้  2.Website Thaigoodview เว็ปไซต์สีขาวเพื่อเยาวชน ในการเปิดโลกสากลอย่างเท่าเทียม และ
3.ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก ที่เป็นต้นแบบองค์กรผู้นำกระบวนทัศน์ใหม่แห่งสถานพินิจที่สามารถเยียวยา ฟื้นฟู และเปลี่ยนแปลงเยาวชนให้คืนกลับสู่สังคมได้อย่างมีคุณค่าให้มีเกียรติและเข้มแข็ง
ส่วนรางวัลภาคเยาวชน ได้แก่ กลุ่มเยาวชนตะกอนยม ที่ดำเนินการมากว่า 18 ปี ในการสร้างสรรค์ชุมชนให้เข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของเยาวชนจากบ้านดอนชัย บ้านดอนแก้ว บ้านแม่เต้น ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ และเยาวชนจาก อ.เชียงม่วน จ.พะเยา เพื่อปกป้องอนุรักษ์ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมของชุมชน ปลูกจิตสำนึก และรณรงค์ให้คนในชุมชนมีส่วนในการปกป้องดูแลผืนป่าแม่ยมร่วมกัน มีการถ่ายทอดทางความคิดจากรุ่นหนึ่งสู่รุ่นหนึ่ง มีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเยาวชนในกลุ่มเพื่อให้กลุ่มเกิดความเข้มแข็งและเสริมสร้างกำลังใจในการทำงานของสมาชิกในกลุ่มต่อไป
สำหรับรางวัลเชิดชูเกียรติพิเศษที่ได้มีการพิจารณามอบให้ องค์กร ที่ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ช่วยเหลือสังคมไทยอย่างโดดเด่น ในปีนี้หน่วยงานที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติพิเศษคือ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เป็นองค์กรเครือข่ายภาคเอกชนที่ได้ประกาศเจตนารมณ์อันแรงกล้าที่จะต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกประเภท โดยได้เป็นผู้ริเริ่มรณรงค์ให้เกิดความตื่นตัวในการสร้างเครือข่ายเฝ้าระวัง เพื่อนำไปสู่การขจัดภัยร้ายแห่งการคอร์รัปชั่นให้หมดสิ้นไปจากสังคมไทย
ด้านแนวทางในพิจารณาให้รางวัล นายวีระเดช เปิดเผยว่า จะต้องเป็นองค์กรที่ประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม มีจริยธรรมและคุณธรรมในการดำเนินธุรกิจ โดยการคัดเลือกมีทั้งการพิจารณาจากข้อมูล การเยี่ยมชม และการสัมภาษณ์
เอสวีเอ็นมีความมุ่งมั่นที่จะนำโมเดลตรงนี้ไปขยายต่อให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย โดยจากการที่เราพูดคุยหรือแลกเปลี่ยน เรามักได้ยินคำพูดที่ว่าจะทำซีเอสอาร์ได้ ต่อเมื่อเป็นองค์กรที่มีกำไรหรือจะทำซีเอสอาร์ก็ต่อเมื่อธุรกิจแข็งแรง ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่เช่นนั้น เพราะซีเอสอาร์นั้นสามารถทำตอนเริ่มธุรกิจได้เลย เพราะบริบทของซีเอสอาร์ไม่ใช่บริบทของการบริจาคเท่านั้น แต่ยังมีอีกมากมายทั้งการดูแลพนักงาน การดูแลคู่ค้า การค้าขายอย่างเป็นธรรม จุดนี้ก็เป็นจุดที่เอสวีเอ็นตระหนักว่าเราจะให้ความรู้กับผู้ประกอบการ รวมทั้งอีกจุดหนึ่งที่เราให้ความสำคัญก็คือเยาวชนหรือนักศึกษาซึ่งกำลังจะจบจากมหาวิทยาลัย เพราะในอนาคตนักศึกษากลุ่มนี้เองก็จะมาอยู่ในภาคของการทำงานและอาจจะได้เป็นเจ้าของกิจการ ถ้าเขาได้เรียนรู้ถึงการทำธุรกิจโดยมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งในปีที่ 15 ของเอสวีเอ็นนี้  เราได้มีการรวบรวมกรณีศึกษา ซึ่งล้วนเป็นบริษัทที่ได้รับรางวัล SVN Award มาทำเป็นพ็อกเก็ตบุ๊คชื่อ ธุรกิจสร้างสรรค์ พันธมิตรสังคมด้วย”  นายวีระเดชกล่าว

Comments